Showing posts with label sleep. Show all posts
Showing posts with label sleep. Show all posts

Saturday, March 17, 2012

สูงวัย เรื่องนอนเรื่องใหญ่


สูงวัย นอนเรื่องใหญ่

การแก้ไขปัญหาการนอนในผู้สูงอายุ
นพ. ธรรมนาถ เจริญบุญ 
ตีพิมพ์ใน นิยสาร Health Today, ส่วนหนึ่งดัดแปลงเป็นแผ่นพับใช้เผยแพร่ในคลินิคจิตเวชผู้สูงอายุ (non-commercial)
Keyword: การนอน, นอนไม่หลับ, หลับยาก, ผู้สูงอายุ, sleep hygeine

                การนอนนั้นเป็นกิจวัตรประจำวันอย่างหนึ่งของคนเรา และเป็นธรรมชาติของมนุษย์อย่างหนึ่ง  เป็นที่ยอมรับกันว่าคนเราทุกคนต้องนอน และในหลาย ๆ คนการนอนนั้นเรียกได้ว่าเป็นความสุขอย่างหนึ่งของชีวิตเลยทีเดียว นอกจากนั้นการนอนยังถือว่ามีความสำคัญกับเรามาก การนอนที่ไม่พอหรือคุณภาพไม่ดีนั้นจะมีผลทำให้  ง่วง ไม่สดชื่น ไม่มีเรี่ยวแรง หรือแม้กระทั่งสมาธิและความจำจะลดลง และที่สำคัญ การง่วงมาก ๆ นั้นอาจจะนำไปสู่ประสิทธิภาพการทำงานที่ลดลงหรือเกิดอุบัติเหตุได้
                ธรรมชาติของการนอนในคนทั่ว ๆ ไปส่วนใหญ่ต้องการนอนเฉลี่ยวันละ 8 ชั่วโมง (ติดต่อกัน ไม่ใช่แยกกันเป็นช่วง ๆ ) แต่ในบางคนอาจจะต้องการมากหรือน้อยกว่านี้ก็ได้ สิ่งสำคัญของการดูว่านอนเพียงพอหรือไม่ก็คือการดูว่าตื่นเช้ามาแล้วรู้สึกสดชื่น สามารถทำการงานต่าง ๆ ได้ตามปกติหรือเปล่า 


สิ่งที่เปลี่ยนแปลงในการนอนของผู้สูงอายุ
                เป็นเรื่องปกติที่เมื่ออายุมากขึ้นแล้วย่อมจะมีการเสื่อมลงของทั้งร่างกายและสมอง ซึ่งก็จะมีผลทำให้การนอนเกิดการเปลี่ยนแปลงด้วยเช่นกัน คุณภาพการนอนในผู้สูงอายุนั้นมักจะลดลง โดยทั่วไปแล้วถ้าเทียบกับวัยรุ่นหรือวัยผู้ใหญ่แล้วสิ่งที่จะเปลี่ยนไปมีดังนี้
¹ ช่วงการหลับลึกจะลดลง คือจะมีช่วงเวลาที่หลับไม่ลึกเยอะขึ้น
¹ ความต่อเนื่องในการนอนลดลง คือจะมีลักษณะหลับ ๆ ตื่น ๆ มากขึ้น ตื่นหลายครั้งต่อคืน มีช่วงเวลาที่ตื่นมากขึ้น
¹ ความไวต่อสิ่งเร้าจะมากขึ้น คือจะตื่นง่าย มีการเปลี่ยนแปลงเช่น ได้ยินเสียงเบา ๆ ก็ตื่นแล้ว หรือเปลี่ยนสถานที่ก็นอนหลับยาก เป็นต้น
¹ การนอนจะเลื่อนเวลามาเร็วขึ้น คือผู้สูงอายุมักจะรู้สึกง่วงเร็วกว่าแต่ก่อน ทำให้เข้านอนเร็ว บางคนกินข้าวเย็นเสร็จก็นอนเลย
¹ ง่วงนอนในช่วงบ่าย คือเมื่ออายุมากขึ้น คุณภาพการนอนลดลงทำให้หลาย ๆ คนง่วงนอนในช่วงบ่าย ๆ

แต่สิ่งที่กล่าวมาทั้งหมดนี้ไม่ได้แปลว่าผู้สูงอายุทุกคนจะต้องเป็นเช่นนี้ทุกอย่างทุกคน บางคนก็อาจจะไม่เป็นก็ได้ และที่สำคัญแม้จะมีการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ แต่ผู้สูงอายุส่วนใหญ่ก็ยังรู้สึกว่านอนพออยู่และสดชื่นพอสมควร คงมีบางคนเท่านั้นที่รู้สึกนอนไม่พอ


ข้อแนะนำสำหรับผู้สูงอายุที่รู้สึกมีปัญหาเรื่องการนอน
ü ควรตื่นนอนให้เป็นเวลาเดียวกันทุกวัน เพื่อที่ร่างกายจะสามารถปรับตัวได้ง่าย และเคยชิน
ü หลีกเลี่ยงเครื่องดื่มหรือสารกระตุ้นต่าง ๆ เช่น ชา กาแฟ หรือยาบางชนิด หรือถ้าอยากจะกินจริง ๆ ก็ไม่ควรกินหลังจากตอนเที่ยง และไม่ควรกินเกิน 1 แก้วต่อวัน
ü ออกกำลังกายให้เหมาะสม  การออกกำลังกายนั้นแล้วแต่คน แล้วแต่ความชอบ และแล้วแต่สภาพร่างกาย การออกกำลังกายนั้นออกตอนเช้าหรือตอนเย็นก็ได้ ยกเว้นแต่ไม่ควรออกกำลังกายก่อนเวลาที่จะนอน เพราะจะทำให้ร่างกายตื่นตัวและไม่ง่วง ดังนั้นควรออกกำลังกายก่อนเวลาที่จะนอนอย่างน้อย 2-3 ชั่วโมง
ü หลีกเลี่ยงการนอนในช่วงกลางวัน อย่างที่กล่าวมาคือผู้สูงอายุมักง่วงตอนบ่าย ๆ ยิ่งหลายคนไม่มีอะไรทำ อยู่บ้านเฉย ๆ ทำให้นอนตอนกลางวันเยอะ บางคนกลางวันนอนหลายชั่วโมง ทำให้กลางคืนไม่ง่วงแล้วนอนไม่หลับ ดังนั้นจึงควรงดนอนกลางวัน ให้หากิจกรรมทำแทน หรือถ้าง่วงมากจริง ๆ ก็ไม่ควรนอนเกิน 1 ชั่วโมง และไม่ให้นอนหลังบ่าย 3 ไปแล้ว
ü จัดสภาพห้องนอนให้เหมาะสม เพราะผู้สูงอายุมักจะไวต่อสิ่งเร้า ดังนั้นควรจัดสภาพห้องนอนให้เงียบ มืดเพียงพอ อุณหภูมิเหมาะสม
ü หากเข้านอนแล้วนอนไม่หลับ ไม่ควรฝืนอยู่บนเตียงนาน ๆ โดยไม่หลับ เมื่อรู้สึกว่านอนไม่หลับควรลุกไปทำกิจกรรมเบา ๆ เช่น อ่านหนังสือธรรมะ สวดมนต์ ฟังเพลงเบา ๆ สักพักเมื่อรู้สึกง่วงแล้วควรกลับมานอนใหม่
ü งดกินอาหารหนักหรือกินน้ำเยอะ ๆ ก่อนนอน 1 ชั่วโมง  เพราะจะทำให้นอนหลับยาก และอาจตื่นมาเข้าห้องน้ำหลายครั้งได้

è การแก้ปัญหาเรื่องการเข้านอนเร็ว  จากประสบการณ์ผู้เขียนพบว่า ปัญหานี้เป็นปัญหาหนึ่งที่พบได้บ่อยในผู้สูงอายุ คือหลาย ๆ คนจะเข้านอนเร็วมาก คือเข้านอน 6 โมงเย็น หรือทุ่มนึง ซึ่งถ้านอนเวลานี้แล้วจะให้ตื่น 6 โมงเช้านั้นจะเรื่องที่ยากมาก เพราะนั่นจะเท่ากับว่านอนต่อกันถึง 12 ชั่วโมง ซึ่งเป็นไปไม่ค่อยได้ในวัยขนาดนี้ ทำให้ส่วนใหญ่ผู้สูงอายุเหล่านี้มักจะมาตื่นตอนตี 2 ตี 3 ซึ่งพอตื่นมาเวลานี้ก็ไม่มีอะไรทำ ลุกไปไหนก็ไม่ได้เพราะมืดอยู่ ทำให้ต้องฝืนทนนอนต่อ พอฝืนนอนต่อก็หลับ ๆ ตื่น ๆ
                วิธีแก้คือพยายามเลื่อนเวลานอนออกไปเป็นสัก 3 4 ทุ่ม โดยให้หากิจกรรมทำ เช่นกินข้าวเย็นเสร็จ ให้ดูละครก่อน หรือชวนท่านออกไปเดินแถว ๆ บ้าน หรือออกไปนั่งหน้าบ้านรับแสงยามเย็น เป็นต้น ถ้าอยู่ในบ้าน ก็ให้ใช้แสงช่วย คือเปิดไฟในห้องที่อยู่ให้สว่างมาก ๆ (ถ้าบ้านมืด ๆ ก็อาจต้องติดไฟเพิ่ม หรือเอาโคมไฟมาเปิดช่วย) เพราะยิ่งมืด ฮอร์โมนในสมองก็จะหลั่งสารบางตัวออกมาทำให้ยิ่งง่วง ดังนั้นให้ทำให้ห้องสว่างเข้าไว้ก็จะช่วยได้  

                เหล่านี้คือคำแนะนำสำหรับผู้ที่มีปัญหาเรื่องการนอน แต่ถ้าทำตามที่แนะนำดังกล่าวแล้วยังมีปัญหาเรื่องนอนติดต่อกันอย่างต่อเนื่อง ก็ควรจะมาพบแพทย์เพื่อจะได้ตรวจดูว่ามีความผิดปกติในเรื่องการนอนอื่น ๆ หรือไม่
ควรระมัดระวังในเรื่องการใช้ยานอนหลับในผู้สูงอายุ ไม่ควรซื้อยามากินเอง โดยไม่ปรึกษาแพทย์ เพราะยาบางอย่างมีผลข้างเคียง เช่น ทำให้ความจำแย่ลง บางตัวใช้นาน ๆ มีผลทำให้ติดได้ หรือบางตัวออกฤทธิ์นานมากทำให้ง่วงทั้งวัน เป็นต้น

ความผิดปกติด้านการนอนที่พบได้บ่อยในผู้สูงอายุ
                ที่จริงความผิดปกติด้านการนอนนั้นมีหลายอย่าง ในที่นี้จะยกตัวอย่างความผิดปกติบางแบบที่พบได้บ่อยในผู้สูงอายุ เช่น
·       การหยุดหายใจระหว่างการนอน (sleep apnea) ลักษณะสำคัญคือผู้ป่วยจะมีการหยุดหายใจเป็นช่วง ๆ ระหว่างที่นอน มักพบร่วมกับมีอาการนอนกรนเยอะ  ทำให้ตื่นมาแล้วไม่สดชื่น รู้สึกง่วงนอน บางรายหากการหยุดหายใจนานผู้ป่วยอาจจะสะดุ้งตื่นเพราะเหมือนขาดอากาศ
·       อาการกระสับกระส่ายที่ขา (Restless leg syndrome) ลักษณะสำคัญคือผู้ป่วยจะรู้สึก ขาอยู่ไม่นิ่ง หรือรู้สึกยุบยิบ ๆ คล้ายมีตัวอะไรมาไต่ อยากขยับขา หรือบางรายอาจจะรู้สึกเหมือนชา ๆ แบบเหน็บที่ขา อาการมักจะเป็นในช่วงเวลาเข้านอน มีผลทำให้ให้นอนหลับยาก
·       อาการขากระตุกเป็นช่วง ๆ (Periodic limb movement) ลักษณะสำคัญคือ ผู้ป่วยจะมีอาการกระตุกที่แขนหรือขาในช่วงที่หลับไปแล้ว บ่อย ๆ หลายครั้งต่อคืน บางครั้งหากการกระตุกเป็นมาก ๆ อาจทำให้ผู้ป่วยตื่นได้ทำให้ผู้ป่วยตื่นหลายครั้งต่อคืน
·       ความผิดปกติของพฤติกรรมในช่วงการนอนแบบ REM (REM sleep behavior disorder) ในคนปกตินั้นในช่วงของ REM นั้นอาจมีการฝัน แต่ร่างกายจะไม่เคลื่อนไหวไม่มีแรง แต่ในผู้ป่วยภาวะนี้ แขนขาจะยังเคลื่อนไหวได้ ทำให้มีอาการนอนดิ้นหรือละเมออย่างรุนแรง สะบัดแขนหรือขาอย่างมาก ซึ่งจะเป็นผลเนื่องจากการฝัน การดิ้นอย่างรุนแรงทำให้รู้สึกเมื่อย ไม่สดชื่น บางคนดิ้นรุนแรงจะกระแทกกับขอบเตียง ผนัง หรือตกเตียงทำให้บาดเจ็บและตื่นนอนได้
·       นอนไม่หลับจากโรคทางจิตเวช เช่น โรคซึมเศร้า หรือโรควิตกกังวล เพราะในโรคทางจิตเวชหลาย ๆ อย่าง ก็ทำให้ผู้ป่วยมีอาการนอนไม่หลับได้

ปัญหาการนอนในผู้สูงอายุนั้นพบได้บ่อย แต่ไม่ควรจะปล่อยทิ้งไว้เพราะจะมีผลเสียต่อทั้งสภาพร่างกายและจิตใจ ดังนั้นควรที่จะทำการปรับเปลี่ยน แก้ไขให้ดีขึ้น และถ้าหากไม่ดีขึ้นก็ควรจะไปพบแพทย์ต่อไป เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของผู้สูงอายุนะครับ